วันอังคารที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

สร้าง Stop Motion อย่างง่าย
 
1.เปิดโปรแกรม Ulead Video Studio แล้วเลือก Video Studio Editor


2.Download ไฟล์รูปภาพตัวอย่างที่นี่ และทำการแตกไฟล์
 
 
|
|
V
 
 
 
3. เมื่อแตกไฟล์เสร็จแล้วให้เข้าไปที่หน้าโปรแกรม เลือกเปิดไฟล์ภาพ
 
 
 
 
 
 
จากนั้นให้กด Ctrl + A เพื่อเลืกรูปทั้งหมดเพื่อให้เข้าไปใน Project
 
 
เสร็จแล้วเราสามารถเลือกรูปมาวางบน Timeline (ทำทีละรูป)
 
 
 
เมื่อรูปที่เราเลือกไปอยู่บน Timeline แล้วให้กำหนดเวลาของ Frame รูป ตั้งให้เวลา น้อยกว่า 1 วินาที
 

เทตนิคการทำ Stop Motion ด้วย iPhone





ตัวอย่าง การทำ stop motion
การถ่ายสต็อปโมชัน (อังกฤษstop motion) เป็นแอนิเมชันที่ผู้ทำแอนิเมชันต้องสร้างส่วนประกอบต่าง ๆ ของภาพขึ้นด้วยวิธีอื่น นอกเหนือจากการวาดบนแผ่นกระดาษ หรือแผ่นเซล และยังต้องยอมเมื่อยมือ ขยับรูปร่างท่าทางของส่วนประกอบเหล่านั้นทีละนิด ๆ แล้วใช้กล้องถ่ายไว้ทีละเฟรม ๆ

เทคนิค

การถ่ายสต็อปโมชันมีเทคนิคทำได้หลากหลาย เช่น
  • เคลย์แอนิเมชัน (Clay animation เรียกย่อ ๆ ว่า เคลย์เมชัน / claymation)
คือแอนิเมชันที่ใช้หุ่นซึ่งทำจากดินเหนียว ขี้ผึ้ง หรือวัสดุใกล้เคียง โดยใส่โครงลวดไว้ข้างในเพื่อให้ดัดท่าทางได้
  • คัตเอาต์แอนิเมชัน (Cutout animation)
สมัยก่อนแอนิเมชันแบบนี้ทำโดยใช้วัสดุ 2 มิติ (เช่น กระดาษ, ผ้า) ตัดเป็นรูปต่างๆ และนำมาขยับเพื่อถ่ายเก็บไว้ทีละเฟรม แต่ปัจจุบันใช้วิธีวาดหรือสแกนภาพเข้าไปขยับในคอมพิวเตอร์ได้เลย
  • กราฟิกแอนิเมชัน (Graphic animation)
เป็นอีกเทคนิคที่น่าสนใจไม่เบา เกิดจากการนำกล้องมาถ่ายภาพนิ่งต่าง ๆ ที่เราเลือกไว้ (จะเป็นภาพจากนิตยสาร หนังสือพิมพ์ ฯลฯ ก็ได้) ทีละภาพ ทีละเฟรม แล้วนำมาตัดต่อเข้าด้วยกันเหมือนเทคนิคคอลลาจ (collage – ปะติด) โดยอาจใช้เทคนิคแแอนิเมชันแบบอื่นมาประกอบด้วยก็ได้
  • โมเดลแอนิเมชัน (Model animation)
คือการทำตัวละครโมเดลขึ้นมาขยับ แล้วซ้อนภาพเข้ากับฉากที่มีคนแสดงจริงและฉากหลังเหมือนจริง
  • แอนิเมชันที่เล่นกับวัตถุอื่นๆ (Object animation)
ไม่ว่าจะเป็นของเล่น หุ่น ตุ๊กตา ตัวต่อเลโก้ ฯลฯ อะไรก็ตามที่ไม่ใช่วัสดุซึ่งดัดแปลงรูปร่างหน้าตาได้แบบดินเหนียว
  • พิกซิลเลชัน (Pixilation)
เป็นสต็อปโมชันที่ใช้คนจริง ๆ มาขยับท่าทางทีละนิดแล้วถ่ายไว้ทีละเฟรม เทคนิคนี้เหมาะมากถ้าเราทำแอนิเมชันที่มีหุ่นแสดงร่วมกับคน และอยากให้ทั้ง หุ่นทั้งคนดูเคลื่อนไหวคล้ายคลึงกัน หรือที่อยากได้อารมณ์กระตุกๆ

วันจันทร์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2556

จงอธิบายคำสั่งแต่ละบรรทัดต่อไปนี้ ในบทความผ่านบล๊อกของนักเรียน

<?php
$sql ="select * from student order by id asc ";
เป็นบรรทัดแรกของตารางโดยให้เรียงรหัสนักเรียนจากน้อยไปมาก
$query=mysql_query($sql) or die(mysql_error());
เป็นฟังก์ชันที่ประมาลผลคำสั่งของ sql 
ซึ่งบันทัดแรกและบันทัดที่สองต้องเป็นคำสั่งที่ต้องควบคู่กันตลอด
$num=mysql_num_rows($query);
เป็นการเช็คจำนวนเรกคอร์ด
echo $num;
เป็นการแสดงตัวแปร  $num
?>

วันจันทร์ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

url

<?php //echo"ณัชพงศ์ สวัสดี php"; $scor='51'; if($score<50){ echo '0'; }else if($score<55){ echo '1'; }else if($score<60){ echo '1.5'; }else if($score<65){ echo '2'; }else if($score<70){ echo '2.5'; }else if($score<75){ echo '3'; }else if($score<80){ echo '4'; }
?>

วันพุธที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2556



มหาวิทยาลัยชิคาโก (อังกฤษ: University of Chicago หรือที่เรียกโดยย่อว่า UC หรือ UofC) ตั้งอยู่ในชุมชนไฮด์พาร์ก (Hyde Park) ซึ่งอยู่ทางใต้ของใจกลางเมืองชิคาโก รัฐอิลลินอยส์ ประมาณ 6 ไมล์ เป็นมหาวิทยาลัยเน้นการวิจัย (Research University) ที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งของสหรัฐอเมริกาและของโลก[1] โดยเฉพาะในด้านวิชาการ และผลงานวิจัยต่าง ๆ ทั้งทางวิทยาศาสตร์และสังคมศาสตร์ ปัจจุบันเป็นมหาวิทยาลัยของสหรัฐอเมริกาที่มีผู้เกี่ยวข้องได้รับ รางวัลโนเบลเป็นจำนวนมากที่สุด

มหาวิทยาลัยชิคาโกก่อตั้งในปี ค.ศ. 1890[2] โดยได้รับการสนับสนุนเงินทุนจาก จอห์น ดี ร็อกกี้เฟลเลอร์ (John D. Rockefeller) มหาเศรษฐีน้ำมันชาวอเมริกัน ส่วนที่ดินได้รับบริจาค จาก มาร์แชลล์ ฟิลด์ (Marshall Field) ผู้เป็นเจ้าของห้างสรรพสินค้าชื่อดังแห่งเมืองชิคาโก เริ่มมีการเรียนการสอนเป็นครั้งแรกในวันที่ 2 ตุลาคม 1892 โดยใช้รูปแบบการเรียนการสอนแบบผสมระหว่าง การศึกษาแบบเสรี(Liberal Arts Education) ในระดับปริญญาตรี และการศึกษาวิจัยตามแนวเยอรมันในระดับบัณฑิตศึกษา โดยมีอธิการบดีคนแรกคือ วิลเลี่ยม เรนนี่ ฮาร์เปอร์ (William Rainey Harper)
ในช่วงคริสต์ทศวรรษ 1930 ภายใต้การนำของอดีตอธิการบดี โรเบิร์ต เมย์นาร์ด ฮัตชินส์ (Robert Maynard Hutchins)มหาวิทยาลัยชิคาโก ได้สร้างเอกลักษณ์ในทางวิชาการจากการสอนนักศึกษา ปริญญาตรีในวิชา "core curriculum" ที่ถือว่ายากและหนักโดยเน้นให้นักศึกษาเรียนจากตำราคลาสสิก ต้นฉบับต่าง ๆ (The Great Books) การเน้นการอภิปรายในชั้นเรียนมากกว่าจากการบรรยาย มหาวิทยาลัยอีกแห่งที่ใช้ประเพณีนี้คือมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย
ในช่วงคริสต์ทศวรรษ 1950 ย่านไฮด์ปาร์ค ซึ่งเดิมเป็นย่านของคนชั้นกลาง เริ่มจะเสื่อมลง บนถนนสาย 55th มีร้านขายเหล้าถึง 22 ร้าน มหาวิทยาลัยจึงได้มีโครงการเข้าไปปรับปรุงพื้นที่ให้มีความน่าอยู่มากขึ้น เช่น การจัดทำถนนใหม่ การก่อสร้างคอนโดมิเนียมของมหาวิทยาลัย (University Park Condominiums, UPC) ซึ่งออกแบบโดย ไอ.เอ็ม. เป (I.M. Pei) ปัจจุบันนี้มีบาร์อยู่เพียงแห่งเดียวเท่านั้นคือร้าน Woodlawn Tap ซึ่งเป็นเป็นแหล่งสังสรรค์ของนักศึกษา

มหาวิทยาลัยชิคาโกกับประเทศไทย
ในอดีตที่ผ่านมามีคนไทยจำนวนไม่มากนักที่ไปเรียนที่มหาวิทยาลัยชิคาโก ศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยชิคาโกที่เป็นชาวไทย อาทิ ศ. นพ. จรัส สุวรรณเวลาศ. นพ. เกษม วัฒนชัยดร. มนตรี เจนวิทย์การศาสตราจารย์นิคม จันทรวิทุรดร. วุฒิพงษ์ เพรียบจริยวัตรศ. บัณฑิต กันตะบุตรรศ.ดร.เดชา สังขวรรณผศ.ดร.ฐิติพร ศิริพันธ์ พันธเสน ฯลฯ

ใน พ.ศ. 2547 มหาวิทยาลัยชิคาโก ได้ร่วมกับมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยชิคาโก-มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย(University of Chicago-UTCC Research Center) มีคณะทำงานประกอบด้วยนักเศรษฐศาสตร์ชาวไทยจากสำนักชิคาโกจำนวนหนึ่ง ปัจจุบันมีชาวไทยจำนวน 7 ท่านที่สำเร็จปริญญาเอกจากคณะเศรษฐศาสตร์ชิคาโก
มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์กลีย์ (University of California, Berkeley) มักถูกเรียกสั้นๆ ว่า Cal   เป็นมหาวิทยาลัยรัฐที่ตั้งขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1868 (พ.ศ. 2411)  เป็นมหาวิทยาลัยที่เก่าแก่และมีชื่อเสียงที่สุดในบรรดากลุ่มมหาวิทยาลัยในแคลิฟอร์เนีย   มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์กลีย์มีชื่อเสียงในหลากหลายด้านประวัติศาสตร์ วรรณกรรม วิทยาศาสตร์ รวมถึงมีการค้นพบไซโคลตรอน (cyclotron) โดย เออร์เนสต์ ลอว์เรนซ์ และมีการค้นพบธาตุเคมี 17 ธาตุใหม่ รวมถึง พลูโตเนียม แคลิฟอร์เนียม การพัฒนาอินเทอร์เน็ต การพัฒนายูนิกซ์ BSD และซอฟต์แวร์โอเพนซอร์ซ    


 ในการจัดอันดับมหาวิทยาลัยทั่วโลกมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์กลีย์ติดอันดับมหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดในโลกลำดับที่ 22   สำหรับนักศึกษาที่อาศัยอยู่ใน California จะมีค่าใช้จ่ายในการลงทะเบียนเรียนและค่าธรรมเนียมอยู่ที่ 10,868 ต่อปี (ปี พ.ศ. 2554)  ส่วนนักศึกษาที่มาจากที่อื่นจะมีค่าใช้จ่ายในการลงทะเบียนเรียนและค่าธรรมเนียมอยู่ที่ 33,747 ต่อปี  ในปี พ.ศ.  2553 มีนักศึกษาระดับปริญญาตรีจำนวน 25,530 คน  



          พื้นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยหากมองจากมหาวิทยาลัยจะสามารถมองเห็นทิวทัศน์ของอ่าว San Francisco ได้   ในส่วนของที่พักมหาวิทยาลัยจะให้สิทธิ์การเข้าพักในบ้านพักนักศึกษาแก่นักศึกษาปี 1 และปี 2  

          ทั้งนี้มีองค์กรนักศึกษา และชมรมกว่า 700 แห่งตั้งอยู่ในมหาวิทยาลัย  ตั้งแต่องค์กรเกี่ยวกับการเมือง ไปจนถึงชมรมเครื่องร่อน และอื่นๆ    ที่ Berkeley ยังมีสมาคมสร้างความสัมพันธ์รุ่นพี่รุ่นน้อง (Greek) ซึ่งประกอบด้วยสมาคมนักศึกษาชายและหญิงรวมกันกว่า 55 แห่ง   อีกทั้งทีมกีฬา California Golden Bears ของมหาวิทยาลัยเป็นหนึ่งใน 10 ของ Pacific-10 Conference (กลุ่มมหาวิทยาลัยที่อยู่ทางตะวันตกของสหรัฐอเมริกาชายฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิก 10 แห่ง ที่รวมตัวกันเพื่อแข่งขันกีฬาระหว่างสถาบัน ปัจจุบันจัดการแข่งขันกีฬาประเภทชาย 11 รายการ ประเภทหญิงอีก 11 รายการ ที่สำคัญเช่น อเมริกันฟุตบอล (ชาย), บาสเกตบอล (ชายและหญิง), เบสบอล (ชาย), ซอฟต์บอล (หญิง), โปโลน้ำ (ชายและหญิง) เป็นต้น)  และเป็นที่ทราบดีว่ามหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์กลีย์ มีธรรมเนียมการแข่งขันกีฬาร่วมกับมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด (Stanford University) อยู่เสมอ


 Berkeley ประกอบด้วยคณะและวิทยาลัยต่างๆ รวมทั้งสิ้น 14 แห่ง  รวมไปถึงบัณฑิตวิทยาลัย และสถาบันเพื่อศึกษาเฉพาะด้าน อาทิ School of Optometry, Graduate School of Journalism และ College of Environmental Design    ยังมีหลักสูตรระดับบัณฑิตศึกษาอื่นๆ ที่ได้รับการจัดอันดับไว้ในระดับสูงอีกมากมาย อาทิHaas School of Business, Graduate School of Education, College of Engineering, School of Law, School of Social Welfare, School of Public Health, และ Goldman School of Public Policy 
นอกจากนี้มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์กลีย์ยังเป็นที่รู้จักดีในฐานะเป็นศูนย์กลางของกิจกรรมด้านเสรีภาพของนักศึกษา  เช่น การเคลื่อนไหวแสดงสุนทรพจน์ : ในปี พ.ศ. 2507 (ค.ศ. 1964) มีการเคลื่อนไหวประท้วงของนักศึกษาต่อความพยายามของฝ่ายบริหารที่จะนำกลุ่มการเมืองนักศึกษาแยกจากมหาวิทยาลัย  จนได้รับความสนใจอย่างกว้างขวางในระดับชาติ

          ศิษย์เก่าที่โดดเด่นของมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์กลีย์ ได้แก่ Justice Earl Warren อดีตหัวหน้าผู้พิพากษาศาลฎีกาสหรัฐ, Jonny Moseley นักกีฬาเหรียญทองโอลิมปิก, John Cho นักแสดงจากภาพยนตร์เรื่อง Harold and Kumar,  Dr. J. Robert Oppenheimer ผู้อำนวยการทางวิทยาศาสตร์ของโครงการแมนฮัตตัน (Manhattan Project) ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สองในการพัฒนาระเบิดปรมาณู เขาเป็นนักฟิสิกส์และอาจารย์ที่เบิร์กลีย์