วันจันทร์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2556

จงอธิบายคำสั่งแต่ละบรรทัดต่อไปนี้ ในบทความผ่านบล๊อกของนักเรียน

<?php
$sql ="select * from student order by id asc ";
เป็นบรรทัดแรกของตารางโดยให้เรียงรหัสนักเรียนจากน้อยไปมาก
$query=mysql_query($sql) or die(mysql_error());
เป็นฟังก์ชันที่ประมาลผลคำสั่งของ sql 
ซึ่งบันทัดแรกและบันทัดที่สองต้องเป็นคำสั่งที่ต้องควบคู่กันตลอด
$num=mysql_num_rows($query);
เป็นการเช็คจำนวนเรกคอร์ด
echo $num;
เป็นการแสดงตัวแปร  $num
?>

วันจันทร์ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

url

<?php //echo"ณัชพงศ์ สวัสดี php"; $scor='51'; if($score<50){ echo '0'; }else if($score<55){ echo '1'; }else if($score<60){ echo '1.5'; }else if($score<65){ echo '2'; }else if($score<70){ echo '2.5'; }else if($score<75){ echo '3'; }else if($score<80){ echo '4'; }
?>

วันพุธที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2556



มหาวิทยาลัยชิคาโก (อังกฤษ: University of Chicago หรือที่เรียกโดยย่อว่า UC หรือ UofC) ตั้งอยู่ในชุมชนไฮด์พาร์ก (Hyde Park) ซึ่งอยู่ทางใต้ของใจกลางเมืองชิคาโก รัฐอิลลินอยส์ ประมาณ 6 ไมล์ เป็นมหาวิทยาลัยเน้นการวิจัย (Research University) ที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งของสหรัฐอเมริกาและของโลก[1] โดยเฉพาะในด้านวิชาการ และผลงานวิจัยต่าง ๆ ทั้งทางวิทยาศาสตร์และสังคมศาสตร์ ปัจจุบันเป็นมหาวิทยาลัยของสหรัฐอเมริกาที่มีผู้เกี่ยวข้องได้รับ รางวัลโนเบลเป็นจำนวนมากที่สุด

มหาวิทยาลัยชิคาโกก่อตั้งในปี ค.ศ. 1890[2] โดยได้รับการสนับสนุนเงินทุนจาก จอห์น ดี ร็อกกี้เฟลเลอร์ (John D. Rockefeller) มหาเศรษฐีน้ำมันชาวอเมริกัน ส่วนที่ดินได้รับบริจาค จาก มาร์แชลล์ ฟิลด์ (Marshall Field) ผู้เป็นเจ้าของห้างสรรพสินค้าชื่อดังแห่งเมืองชิคาโก เริ่มมีการเรียนการสอนเป็นครั้งแรกในวันที่ 2 ตุลาคม 1892 โดยใช้รูปแบบการเรียนการสอนแบบผสมระหว่าง การศึกษาแบบเสรี(Liberal Arts Education) ในระดับปริญญาตรี และการศึกษาวิจัยตามแนวเยอรมันในระดับบัณฑิตศึกษา โดยมีอธิการบดีคนแรกคือ วิลเลี่ยม เรนนี่ ฮาร์เปอร์ (William Rainey Harper)
ในช่วงคริสต์ทศวรรษ 1930 ภายใต้การนำของอดีตอธิการบดี โรเบิร์ต เมย์นาร์ด ฮัตชินส์ (Robert Maynard Hutchins)มหาวิทยาลัยชิคาโก ได้สร้างเอกลักษณ์ในทางวิชาการจากการสอนนักศึกษา ปริญญาตรีในวิชา "core curriculum" ที่ถือว่ายากและหนักโดยเน้นให้นักศึกษาเรียนจากตำราคลาสสิก ต้นฉบับต่าง ๆ (The Great Books) การเน้นการอภิปรายในชั้นเรียนมากกว่าจากการบรรยาย มหาวิทยาลัยอีกแห่งที่ใช้ประเพณีนี้คือมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย
ในช่วงคริสต์ทศวรรษ 1950 ย่านไฮด์ปาร์ค ซึ่งเดิมเป็นย่านของคนชั้นกลาง เริ่มจะเสื่อมลง บนถนนสาย 55th มีร้านขายเหล้าถึง 22 ร้าน มหาวิทยาลัยจึงได้มีโครงการเข้าไปปรับปรุงพื้นที่ให้มีความน่าอยู่มากขึ้น เช่น การจัดทำถนนใหม่ การก่อสร้างคอนโดมิเนียมของมหาวิทยาลัย (University Park Condominiums, UPC) ซึ่งออกแบบโดย ไอ.เอ็ม. เป (I.M. Pei) ปัจจุบันนี้มีบาร์อยู่เพียงแห่งเดียวเท่านั้นคือร้าน Woodlawn Tap ซึ่งเป็นเป็นแหล่งสังสรรค์ของนักศึกษา

มหาวิทยาลัยชิคาโกกับประเทศไทย
ในอดีตที่ผ่านมามีคนไทยจำนวนไม่มากนักที่ไปเรียนที่มหาวิทยาลัยชิคาโก ศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยชิคาโกที่เป็นชาวไทย อาทิ ศ. นพ. จรัส สุวรรณเวลาศ. นพ. เกษม วัฒนชัยดร. มนตรี เจนวิทย์การศาสตราจารย์นิคม จันทรวิทุรดร. วุฒิพงษ์ เพรียบจริยวัตรศ. บัณฑิต กันตะบุตรรศ.ดร.เดชา สังขวรรณผศ.ดร.ฐิติพร ศิริพันธ์ พันธเสน ฯลฯ

ใน พ.ศ. 2547 มหาวิทยาลัยชิคาโก ได้ร่วมกับมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยชิคาโก-มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย(University of Chicago-UTCC Research Center) มีคณะทำงานประกอบด้วยนักเศรษฐศาสตร์ชาวไทยจากสำนักชิคาโกจำนวนหนึ่ง ปัจจุบันมีชาวไทยจำนวน 7 ท่านที่สำเร็จปริญญาเอกจากคณะเศรษฐศาสตร์ชิคาโก
มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์กลีย์ (University of California, Berkeley) มักถูกเรียกสั้นๆ ว่า Cal   เป็นมหาวิทยาลัยรัฐที่ตั้งขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1868 (พ.ศ. 2411)  เป็นมหาวิทยาลัยที่เก่าแก่และมีชื่อเสียงที่สุดในบรรดากลุ่มมหาวิทยาลัยในแคลิฟอร์เนีย   มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์กลีย์มีชื่อเสียงในหลากหลายด้านประวัติศาสตร์ วรรณกรรม วิทยาศาสตร์ รวมถึงมีการค้นพบไซโคลตรอน (cyclotron) โดย เออร์เนสต์ ลอว์เรนซ์ และมีการค้นพบธาตุเคมี 17 ธาตุใหม่ รวมถึง พลูโตเนียม แคลิฟอร์เนียม การพัฒนาอินเทอร์เน็ต การพัฒนายูนิกซ์ BSD และซอฟต์แวร์โอเพนซอร์ซ    


 ในการจัดอันดับมหาวิทยาลัยทั่วโลกมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์กลีย์ติดอันดับมหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดในโลกลำดับที่ 22   สำหรับนักศึกษาที่อาศัยอยู่ใน California จะมีค่าใช้จ่ายในการลงทะเบียนเรียนและค่าธรรมเนียมอยู่ที่ 10,868 ต่อปี (ปี พ.ศ. 2554)  ส่วนนักศึกษาที่มาจากที่อื่นจะมีค่าใช้จ่ายในการลงทะเบียนเรียนและค่าธรรมเนียมอยู่ที่ 33,747 ต่อปี  ในปี พ.ศ.  2553 มีนักศึกษาระดับปริญญาตรีจำนวน 25,530 คน  



          พื้นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยหากมองจากมหาวิทยาลัยจะสามารถมองเห็นทิวทัศน์ของอ่าว San Francisco ได้   ในส่วนของที่พักมหาวิทยาลัยจะให้สิทธิ์การเข้าพักในบ้านพักนักศึกษาแก่นักศึกษาปี 1 และปี 2  

          ทั้งนี้มีองค์กรนักศึกษา และชมรมกว่า 700 แห่งตั้งอยู่ในมหาวิทยาลัย  ตั้งแต่องค์กรเกี่ยวกับการเมือง ไปจนถึงชมรมเครื่องร่อน และอื่นๆ    ที่ Berkeley ยังมีสมาคมสร้างความสัมพันธ์รุ่นพี่รุ่นน้อง (Greek) ซึ่งประกอบด้วยสมาคมนักศึกษาชายและหญิงรวมกันกว่า 55 แห่ง   อีกทั้งทีมกีฬา California Golden Bears ของมหาวิทยาลัยเป็นหนึ่งใน 10 ของ Pacific-10 Conference (กลุ่มมหาวิทยาลัยที่อยู่ทางตะวันตกของสหรัฐอเมริกาชายฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิก 10 แห่ง ที่รวมตัวกันเพื่อแข่งขันกีฬาระหว่างสถาบัน ปัจจุบันจัดการแข่งขันกีฬาประเภทชาย 11 รายการ ประเภทหญิงอีก 11 รายการ ที่สำคัญเช่น อเมริกันฟุตบอล (ชาย), บาสเกตบอล (ชายและหญิง), เบสบอล (ชาย), ซอฟต์บอล (หญิง), โปโลน้ำ (ชายและหญิง) เป็นต้น)  และเป็นที่ทราบดีว่ามหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์กลีย์ มีธรรมเนียมการแข่งขันกีฬาร่วมกับมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด (Stanford University) อยู่เสมอ


 Berkeley ประกอบด้วยคณะและวิทยาลัยต่างๆ รวมทั้งสิ้น 14 แห่ง  รวมไปถึงบัณฑิตวิทยาลัย และสถาบันเพื่อศึกษาเฉพาะด้าน อาทิ School of Optometry, Graduate School of Journalism และ College of Environmental Design    ยังมีหลักสูตรระดับบัณฑิตศึกษาอื่นๆ ที่ได้รับการจัดอันดับไว้ในระดับสูงอีกมากมาย อาทิHaas School of Business, Graduate School of Education, College of Engineering, School of Law, School of Social Welfare, School of Public Health, และ Goldman School of Public Policy 
นอกจากนี้มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์กลีย์ยังเป็นที่รู้จักดีในฐานะเป็นศูนย์กลางของกิจกรรมด้านเสรีภาพของนักศึกษา  เช่น การเคลื่อนไหวแสดงสุนทรพจน์ : ในปี พ.ศ. 2507 (ค.ศ. 1964) มีการเคลื่อนไหวประท้วงของนักศึกษาต่อความพยายามของฝ่ายบริหารที่จะนำกลุ่มการเมืองนักศึกษาแยกจากมหาวิทยาลัย  จนได้รับความสนใจอย่างกว้างขวางในระดับชาติ

          ศิษย์เก่าที่โดดเด่นของมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์กลีย์ ได้แก่ Justice Earl Warren อดีตหัวหน้าผู้พิพากษาศาลฎีกาสหรัฐ, Jonny Moseley นักกีฬาเหรียญทองโอลิมปิก, John Cho นักแสดงจากภาพยนตร์เรื่อง Harold and Kumar,  Dr. J. Robert Oppenheimer ผู้อำนวยการทางวิทยาศาสตร์ของโครงการแมนฮัตตัน (Manhattan Project) ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สองในการพัฒนาระเบิดปรมาณู เขาเป็นนักฟิสิกส์และอาจารย์ที่เบิร์กลีย์
















วิทยาลัยอิมพีเรียลลอนดอน (อังกฤษ: Imperial College London) หรือชื่ออย่างเป็นทางการว่า วิทยาลัยวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและการแพทย์ดิอิมพีเรียล (อังกฤษ: The Imperial College of Science, Technology and Medicine) ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งมหาวิทยาลัย)  เป็นมหาวิทยาลัยริติช ตั้งอยู่ ณ กรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร โดยมุ่งเน้นการเรียนการสอนทางด้านวิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ การแพทย์ และธุรกิจ[2] จนถึงปัจจุบัน บุคลากรของวิทยาอิมพีเรียลได้รับรางวัลโนเบลจำนวนทั้งหมด 15 รางวัล
วิทยาลัยอิมพีเรียลลอนดอนเป็นสถาบันมีชื่อเสียงมากในด้านวิศวกรรมศาสตร์ และ เทคโนโลยี โดยมักได้รับการจัดอันดับจากสำนักต่างๆให้อยู่ในระดับต้นๆของทวีปยุโรปเสมอ และมักจะมีอันดับเป็นรองเพียงแค่
 มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ เท่านั้น
ในปี ค.ศ. 2010
The Complete University Guide ได้จัดให้วิทยาลัยอิมพีเรียลลอนดอนเป็นมหาวิทยาลัยอันดับ 3 ในสหราชอาณาจักร รองจาก มหาวิทยาลัยอ๊อกซฟอร์ด และ มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์
วิทยาลัยอิมพีเรียลลอนดอนยังได้รับการจัดอันดับอยู่ในอันดับที่ 5 ของการจัดอันดับมหาวิทยาลัยโลกในปี ค.ศ. 2009 โดยนิตยสารไทมส์ไฮเออร์เอดูเคชันซัปพลีเมนต์
 และอยู่ในอันดับที่ 26 ในการจัดอันดับมหาวิทยาลัยโลกโดย มหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้เจียวถง
วิทยาลัยอิมพีเรียลลอนดอนเป็นสมาชิกของกลุ่มมหาวิทยาลัยรัสเซลล์
 และยังเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มสามเหลี่ยมทองคำในสมาพันธ์มหาวิทยาลัยยุโรปและสมาพันธ์ประชาคมมหาวิทยาลัย
ในช่วงแรก วิทยาลัยอิมพีเรียลลอนดอนเป็นสมาชิกในเครือมหาวิทยาลัยลอนดอน
 ก่อนที่จะแยกออกมาเป็นอิสระในครั้งฉลองครบรอบร้อยปีแห่งการสถาปนามหาวิทยาลัย (8 กรกฎาคม ค.ศ. 2007)

ประวัติศาสตร์ร่วมสมัย
-ในปี ค.ศ. 1907 คณะผู้บริหารฝ่ายการศึกษามีความประสงค์ที่จะรวมวิทยาลัยต้นกำเนิดทั้งสามเพื่อให้มีศักยภาพในการพัฒนาเพิ่มมากขึ้น โรยัลสคูลออฟไมน์ โรยัลคอลเลจออฟไซน์ และซิตี้แอนด์กิลด์คอลเลจ จึงได้รวมกันเป็นมหาวิทยาลัยเดียวและขึ้นตรงกับยูนิเวอร์ซิตี้ออฟลอนดอน โรยัลชาร์เตอร์ซึ่งดูแลวิทยาลัยต้นกำเนิดทั้งสามได้ลงนามอนุม้ติการจัดตั้งมหาวิทยาลัยอิมพีเรียลคอลเลจลอนดอนอย่างเป็นทางการในวันที่ 8 กรกฎาคม ค.ศ. 1907 โดยก่อตั้งวิทยาเขตหลักในพื้นที่ของสถาบันอิมพีเรียลในเซาท์เคนซิงตัน
-ในวันที่ 12 ธันวาคม ค.ศ. 1919 ได้มีการจัดตั้งกิจกรรมชมรมพายเรือสำหรับนักศึกษาในมหาวิทยาลัยอิมพีเรียล ต่อมาในปี ค.ศ. 1947 ทางมหาวิทยาลัยได้ซื้อพื้นที่บริเวณซิลวูดพาร์คเพื่อใช้เป็นที่สำหรับวิจัยและให้การศึกษาในด้านวิชาชีววิทยาซึ่งยากที่จะศึกษาในพื้นที่ของวิทยาเขตหลัก
-ในวันที่ 9 ธันวาคม ค.ศ. 1949 ได้มีการเผยแพร่หนังสือพิมพ์ฟีลิกซ์ ซึ่งจัดทำโดยนักศึกษาของมหาวิทยาลัยเพื่อให้เผยแพร่ข่าวสารต่างๆ ในรั้วของมหาวิทยาลัย วันที่ 29 มกราคม ค.ศ. 1950 รัฐบาลอังกฤษได้วางโครงการสนับสนุนและพัฒนามหาวิทยาลัยอิมพีเรียลให้เป็นสถาบันชั้นนำในด้านการวิจัยและให้การศึกษาในด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีภายในคริสต์ศตวรรษที่ 20
-ปี ค.ศ. 1959 มูลนิธิวูลฟ์สันบริจาคเงินมูลค่า 350
,000 ปอนด์เพื่อก่อตั้งภาควิชาชีวเคมี
-ปี ค.ศ. 1963 มหาวิทยาลัยอิมพีเรียลได้จับมือกับสถาบันเทคโนโลยีอินเดีย (เดลี) ร่วมมือในด้านการวิจัยและพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
-ปี ค.ศ. 1971 ได้มีการจัดตั้งภาควิชาวิทยาศาสตร์บริหารตามด้วยการจัดตั้งภาควิชาความร่วมมือและความสัมพันธ์ในปี ค.ศ. 1972
-ปี ค.ศ. 1980 ภาควิชาความร่วมมือและความร่วมมือได้ยุบรวมกับภาควิชาประวัติศาสตร์วิทยาศาสตร์กลายเป็นภาควิชามานุษยวิทยา
-ปี ค.ศ. 1988 มหาวิทยาลัยอิมพีเรียลได้รวมเอาโรงเรียนแพทย์โรงพยาบาลเซนต์แมรี เข้าเป็นส่วนหนึ่งของมหาวิทยาลัย ทำให้มหาวิทยาลัยอิมพีเรียลกลายเป็นมหาวิทยาลัยอิมพีเรียล วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และแพทยศาสตร์ดังเช่นในปัจจุบัน
-ปี ค.ศ. 1995 มหาวิทยาลัยอิมพีเรียลได้ก่อตั้งสำนักพิมพ์ และโรงพิมพ์เป็นของตัวเอง โดยมีเครือข่ายร่วมกับวารสารวิทยาศาสตร์ระดับโลก ในปีนี้มหาลัยอิมพีเรียลยังได้ผนวกเอาสถาบันปอดและหัวใจแห่งชาติเข้าเป็นส่วนหนึ่งของมหาวิทยาลัย
-ปี ค.ศ. 1997 โรงเรียนแพทย์ชาร์ลิงครอสและเวสมินสเตอร์ โรงเรียนแพทย์หลวงสำหรับบัณฑิต และสถาบันผดุงครรภ์และนรีเวชวิทยาได้รวมเข้าเป็นส่วนหนึ่งของมหาวิทยาลัยอิมพีเรียล ทำให้เกิดการก่อตั้งโรงเรียนแพทย์ มหาวิทยาลัยอิมพีเรียล ขึ้นอย่างเป็นทางการ
-ปี ค.ศ. 1998 ได้มีการเปิดใช้อาคารเซอร์อเล็กซานเดอร์ เฟลมมิ่ง เพื่อเป็นศูนย์กลางงานวิจัยทางการแพทย์และชีววิทยาด้านการแพทย์
-ปี ค.ศ. 2000 มหาวิทยาลัยอิมพีเรียลได้ผนวกสถาบันไขข้อเคนเนดี และไวย์คอลเลจซึ่งศึกษาทางด้านเกษตรกรรมและเป็นส่วนหนึ่งของเครือมหาวิทยาลัยลอนดอนเข้าเป็นส่วนหนึ่งของมหาวิทยาลัย

-ในเดือนธันวาคม ปี ค.ศ. 2005 มหาวิทยาลัยได้ประกาศโครงการซายน์พาร์คที่วิทยาเขตไวย์ แต่ถูกยกเลิกไปในเดือนกันยายนปีถัดมาเนื่องด้วยเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากนักสิ่งแวดล้อมท้องถิ่น ปัจจุบันไวย์คอลเลจถูกบริหารโดยมหาวิทยาลัยเคนท์โดยความร่วมมือของมหาวิทยาลัยอิมพีเรียลและไวย์คอลเลจ ผู้ที่สำเร็จการศึกษาจะได้รับประกาศนียบัตรจากมหาวิทยาลัยเคนท์ในความร่วมมือของอิมพีเรียลและไวย์คอลเลจ

ศิษย์เก่าชาวไทยที่มีชื่อเสียง